Home บทความอยู่ออส การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บทบาทในต่างประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บทบาทในต่างประเทศ

by ChaYen
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บทบาทการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กับบทบาทในต่างประเทศ ของ ผอ. น้ำฝน บุณยะวัฒน์ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้มีคนไปเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ไทยเที่ยวไทย หรือ การส่งเสริมให้ชาวต่างชาติไปเที่ยวประเทศไทย “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า “ททท.”

น้ำฝน

ททท. จึงมีสำนักงานตั้งอยู่ทั่วประเทศไทยและในเมืองใหญ่ๆ ในต่างประเทศ มารู้จักบทบาท ที่แท้จริงของสำ นักงาน ททท.ในต่างประเทศ โดยได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณน้ำฝน บุณยะวัฒน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำซิดนีย์ ซึ่งมารับตำแหน่งที่ซิดนีย์ได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว และพวกเราได้เห็นผลงานของคุณน้ำฝนมาแล้วหลายงาน แต่เรายังไม่ได้มีโอกาสทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

คุณน้ำฝนได้อธิบายให้ฟังถึงหน้าที่หลักของสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ ว่ามีหน้าที่ในการส่งเสริมให้คนในประเทศที่ไปประจำอยู่นั้นไปท่องเที่ยวประเทศไทยให้มากขึ้น สำหรับสำนักงานที่ประจำอยู่ที่ประเทศซิดนีย์จะมีหน้าที่เจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นหลัก

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

การมีสำนักงานในต่างประเทศจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น การที่เรามาฝังตัวอยู่ในประเทศที่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าของเรา ทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกับลูกค้าทำความรู้จักกับพันธมิตรหรือคู่ค้ามากขึ้น เพราะยิ่งรู้จักลูกค้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใจลูกค้ามากเท่านั้น

โอกาสในการทำการตลาดที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าก็ยิ่งมีมากขึ้น และเป็นการวัดตัวเองว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนในสายตาลูกค้าด้วย ถ้าเขาไม่รู้จักประเทศเรา เราก็ต้องทำให้เขารู้จัก ถ้าเขารู้จักเราแล้ว เราก็ยิ่งต้องรักษาความนิยมนั้นอย่างต่อเนื่อง และพยายามดึงให้เขากลับไปเที่ยวที่เมืองไทยอีก

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้คู่ค้าในประเทศไทยและคู่ค้าที่นี่ได้เจอกัน นี่คือภาระกิจหลักของเราที่ต้องทำ ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับชุมชนไทยด้วย สิ่งที่เราทำได้คือช่วยทำให้คนไทยยังคงรักเมืองไทย กลับไปเยี่ยมบ้านตัวเอง และมองว่าคนไทยก็มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ภาระกิจของเราสำเร็จได้ โดยเฉพาะในประเทศที่มีคนไทยเยอะๆ อย่างที่นี่

เรามองว่าคนไทยเป็นสื่อที่จะช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจเมืองไทยมากขึ้นพี่คิดว่ามันก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่มาทำงานในที่ที่มีคนไทยเยอะ พี่และทีมงานก็พยายามทำงานอย่างสุดความสามารถ เราก็ทำงานกันค่อนข้างหนักมากเพราะการเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่แสวงหากำไร ทำให้เราต้องใช้เงินจากรัฐบาลทั้งหมดซึ่งก็คือภาษีราษฏร

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

จึงต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ด้วยกำลังใจจากทีมงานผู้ร่วมงานนี่แหละที่ทำให้พี่รู้สึกว่าโชคดีที่ได้ทีมงานที่มีความตั้งใจจริง เพราะเราทำหน้าที่บนความคาดหวังของคนอื่น ซึ่งเขาก็คาดหวังกับเราไว้สูง การบริหารความต้องการของคนให้ลงตัวเหมือนกันหมดมันไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเราไม่สามารถตอบสนองให้ทุกคนพึงพอใจได้ทั้งหมด

ทีมงานพี่ทุกๆ คนจึงต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพื่อที่จะยืนหยัดทำหน้าที่ต่อไปแม้บางครั้งต่อเจอกับเสียงต่อว่าต่อขานและคอมเม้นต์ทั้งหลายก็ตาม โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน การทำงานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

หลักในการทำงานและใช้ชีวิตของพี่ คือการตั้งอยู่บนความไม่ประมาท พี่คิดเสมอว่า ชีวิตเรามันไม่มีความแน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อปี 2001 พี่ไปรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการอยู่ที่นิวยอร์ค เจอเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน ตอนนั้น สำนักงานของเราอยู่ที่ตึกเวิร์ลเทรด ชั้น 37 ซึ่งใช้ออฟฟิศร่วมกันกับ Thai Trade และ BOI

พี่โดนไฟไหม้ประมาณ 20% ของร่างกาย ในระดับ Second Degree Burn ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาตัวอยู่เป็นปีๆต้องผ่าตัดเพื่อทำการปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin Graft)2 ครั้ง และต้องทำ Therapy เพื่อฟื้นฟูการทำงานของร่างกายเหมือนกับคนพิการเลยทีเดียว

น้ำฝน บุณยะวัฒน์

แต่ในความโชคร้ายมันยังความโชคดีอยู่ ตลอดระยะเวลาของการรักษาตัวเกือบ 2 ปีในโรงพยาบาล พี่เข้าๆ ออกๆ ที่นั่นได้อย่างมีความสุข พี่ได้รับกำลังใจจากคนที่นั่นเยอะมาก ตอนที่ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ก็มีคนมาอวยพรวันเกิดให้ พี่ก็ไม่ทราบว่าเขารู้ได้ยังไง รู้สึกประทับใจมาก มีคนมาเซย์ไฮพี่ทุกวันเลย มิตรภาพแบบนี้เป็นสิ่งที่มีความหมายมาก แล้วยังเจอคนไทยแสนดีอีกจำนวนหนึ่ง พี่ๆ พยาบาลคนไทยก็น่ารักมาก ได้มาคอยช่วยดูแลซึ่งพี่ยังถือเป็นบุญคุณจนถึงทุกวันนี้

บางวันก็มีคนมาเยี่ยม มีการ์ดให้กำลังใจจากร้านอาหารไทยในนิวยอร์ก คนไทยในแอล เอ ส่งเงินมาช่วยเหลือ ท่านเหล่านี้ไม่เคยรู้จักกับเราเลย พี่มองว่านี่คือสิ่งดีๆ มิตรภาพดีๆ ที่มันมีความหมายมาก เหตุการณ์นี้มันสอนอะไรพี่หลายๆอย่าง ทำให้พี่เข้าใจว่า เวลาที่คนเราเกลียดกันมากๆ สามารถทำอะไรก็ได้ทำร้ายกันอย่างที่ไม่ควรจะทำ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พี่อยากหยุดวงจรนี้ แต่พี่ก็อโหสิให้และไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยแต่ก็จะใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตเรามันไม่มีความแน่นอน ซึ่งมันทำให้พี่กลายเป็นคนมองโลกในแง่บวกมากขึ้นและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นด้วย ตอนนี้สิ่งที่พี่ค่อนข้างหนักใจคือ สถานการณ์บ้านเมืองของเราซึ่งเป็นปัจจัย ทางลบที่เราควบคุมไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าปัญหาบ้านเมืองของเราทำให้ชาวต่างประเทศหวาดกลัว

“ในโลกปัจจุบันมัน มีปัจจัยหลายตัวฟ้องว่าคนเกลียดกันมากขึ้น อยากเอาชนะกัน ทำไมเราไม่หันมาใช้การท่องเที่ยวให้เป็นประโยชน์ เพราะการท่องเที่ยวก่อให้เกิดความสุข เกิดมิตรภาพ”

ChaYen
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดยเฉพาะในยุคนี้ซึ่งเป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงกันไปหมด เราปกปิดเขาไม่ได้หรอก เพราะโลกออนไลน์มันไปเร็วมาก ทำให้เค้ารู้ข่าวก่อนเราอีก และข่าวที่ออกมามันก็มีทั้งความจริงและไม่จริง เราก็ต้องทำให้เค้าเชื่อให้ได้ว่าความจริงคืออะไร แล้วให้เค้าตัดสินใจเอง เราไม่มีสิทธิ์จะไปบอกเขาว่าไม่มีอะไร ไปเที่ยวเถอะ เพราะความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดเหมือนกัน

ในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถบอกเขาว่า อย่าเพิ่งไปเลย เพราะเรายังต้องรักษาสถานะ รักษาโอกาสทางธุรกิจของเรา ธุรกิจในประเทศไทยยังต้องการให้เรารักษาเส้นทางธุรกิจนี้อยู่ เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ พี่ใช้หลักการง่ายๆ คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำให้เขาไว้ใจเรา โดยการนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ณ จุดไหน จุดไหนมีปัญหา แล้วมีจุดไหนบ้างที่สามารถเดินทางไปได้ เราก็ใช้พวกสื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ถ้าเรานำเสนออย่างตรงไปตรงมา ให้ข้อมูลอย่างสมบูรณ์ เค้าก็จะเข้าใจเองว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ความยากอยู่ตรงที่ เราต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารให้ทันอยู่ตลอดเวลา การที่ต้องมาเจอกับสิ่งที่เราคอนโทรลไม่ได้ เป็นสิ่งที่ยากลำบากพอสมควร แต่ก็ต้องทำ ซึ่งพี่ก็ต้องได้รับความร่วมมือ จากสำนักงานใหญ่ในการสนับสนุนด้านข้อมูลด้วย และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวให้ได้

ในความคิดส่วนตัวพี่ พี่คิดว่าในโลกปัจจุบันมันมีปัจยหลายตัวฟ้องว่า คนเกลียดกันมากขึ้น อยากเอาชนะกัน ทำไมเราไม่หันมาใช้การท่องเที่ยวให้เป็นประโยชน์ เพราะการท่องเที่ยวก่อให้เกิดความสุข เกิดมิตรภาพ คือให้คนไปท่องเที่ยวแล้วรู้สึกว่ามีความสุข ได้อะไรกลับมามากกว่าที่จ่ายเงินไป ซึ่งเราน่าจะใช้ตรงนี้เป็นจุดประสานความขัดแย้งระหว่างกัน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยว มีอะไรน่าสนใจมากมาย เรามีแหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็ไปได้ คนที่มีเงินในกระเป๋าน้อย แต่อยากจะเดินทางเพื่อพักผ่อนก็สามารถไปได้ เราไม่ได้ต้องการขายของให้คนรวย แต่เราต้องการที่จะขายให้กับคนที่มีจิตสำนึกมากกว่า คนที่ไปแล้วเคารพประเทศเทศของเรา เคารพในสิ่งที่เราเป็นมากกว่ามาทำลายทรัพยากรของเรา หรือทำให้วัฒนธรรมเราเสียไป

ในขณะเดียวกันพี่ก็อยากให้คนของเราปฏิบัติกับ นักท่องเที่ยวอย่างให้เกียรติ และก็ต้องรู้จักที่จะบอกกติกามารยาท รวมถึงช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวด้วย และที่สำคัญ พี่อยากให้คนไทยเข้าใจถึงความสำคัญของตัวเองให้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราไปเดินไชน่าทาวน์ตรุษจีนเห็นเขามีงานเชิดสิงโต ทำไมเรารู้สึกว่านั่นคือชุม ชนจีน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พี่อยากให้ชุมชนของไทยเราเป็นแบบนั้นบ้าง อย่างเวลามีงานอะไร อยากให้คนไทยได้มีส่วนร่วม เพราะถ้าคนไทยไม่ช่วยสนับสนุนกัน ความรู้สึกของความเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมนั้นๆ มันก็จะอ่อนลง งานที่เราจัดไป ภาพลักษณ์ของประเทศที่เราสร้างเสริมไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์ ตรงนี้แหละที่พี่หวังในใจว่าคนไทยที่นี่ จะช่วยเป็นสื่อและเป็นทูตให้กับประเทศของเรา แค่นี้ก็ช่วยเหลือประเทศชาติได้มากแล้ว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จากบทสัมภาษณ์คุณน้ำฝน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กับบทบาทในต่างประเทศ เราได้ทราบถึงภาระและบทบาทที่สำคัญของ ททท. ที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรใด เพียงองค์กรหนึ่งเท่านั้นที่จะคอยช่วยผลักดันความก้าวหน้าให้ประเทศเรา แต่มันคือจิตสำนึกและหน้าที่ของเราทุกคน เพราะคงไม่มีใครที่จะรักเมืองไทย และเข้าใจวัฒนธรรมไทยดีเท่ากับตัวเราเอง คนไทยแม้เพียง 1 คน ก็เปรียบเสมือนเส้นใยบางๆ ที่จะมีส่วนช่วยถักทอเครือข่ายชุมชนไทยให้เข้มแข็งได้ไม่ยาก ถ้าเพียงเราทุกคนตระหนักดีถึงหน้าที่และความสำคัญของตัวเอง

Related Articles