ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เดินทางมาที่ซิดนีย์ หนึ่งในหน่วยงานหลักของภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME โดยมีบริการทั้งในด้านข้อมูลข่าวสาร การอบรมสัมนาให้ความรู้ให้การอุดหนุนและช่วยเหลือ
จุดเริ่มต้นของสมาคมฯ
ก่อนอื่นขอแนะนะสมาคมก่อนนะคะ สมาคมนี้เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการวิสากิจขนาดกลางและขนาดย่อม สมาชิกของสมาคมคือผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมโครงการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม หรือโครงการ คพอ. ของกระทรวงอุตสาหกรรม โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2523 โดยอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในขณะนั้น
ท่านได้เข้ามาสัมผัสกับผู้ประกอบการ แล้วก็ได้เห็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นเถ้าแก่ที่ค้าขายแบบชาวบ้าน แต่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การประกอบธุรกิจต้องมีระบบ มีศักยภาพในการค้าขายกับคนภายนอก ท่านอธิบดีจึงต้องการพัฒนาเจ้าของกิจการเหล่านี้
โดยจัดอบรมผู้ประกอบการ SMEs เพื่อยกระดับให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น และเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ SMEs หลังจากการอบรมเสร็จสิ้น ก็เกิดการก่อตั้งเป็นสมาคมขึ้นเพื่อเป็นการรองรับวัตถุประสงค์ของการอบรม

ความสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs
ผู้ประกอบการ SMEs นั้นเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมไทย เพราะกลุ่ม SMEs เป็นซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสหกรรมอะไรก็ตาม อย่างเช่นประเทศไทยเป็นศูนย์การผลิตยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ฐานการผลิตรถยนต์อยู่ที่เมืองไทยซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราพัฒนาและยกระดับ ให้ผู้ประกอบการมีองค์ความรู้ต่างๆ และสามารถที่จะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ เขาก็จะสามารถผลิตสินค้าให้กับอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้อย่างมีคุณภาพ
ความช่วยเหลือจากภาครัฐ
ในภาวะเศรษกิจของประเทศไทยที่กำลังถดถอย ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยภายนอกภาวะเศรษฐกิจโลก หรือแม้กระทั่งภัยธรรมชาติต่างๆ ก็ตาม ทำให้กำลังซื้อหดตัวลงแต่ขณะนี้เอง ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ SMEs และยกเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ยังได้เข้ามาแก้ปัญหา โดยสอบถามปัญหาที่ผู้ประกอบการเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสิ่งที่ ผู้ประกอบการ SMEs ต้องการก็คือ เป็นกลุ่มที่มีทุนน้อย

ฉะนั้นการเข้าหาแหล่งเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญ ต่อมาคือเรื่องการตลาด และเรื่องสุดท้ายคือเรื่ององค์ความรู้ วันนี้เอง ทางรัฐบาลก็มีการส่งเสริม SMEs ไทย โดยอัดเม็ดเงินจำนวน 1 แสนล้านบาทไปที่ธนาคารพานิชย์ทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ก็มีผลตอบรับในการลงทุนมากขึ้น เมื่อมีการ กระตุ้น SMEs แล้ว SMEs ก็จะผลิตสินค้าออกมา ทางเราก็จะต้องเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับ SMEs เหล่านี้
“ร้ถ้า SMEs ไทยยังเตรียมตัวไม่พร้อม เราก็ไม่สามารถที่จะเป็นฮับของอาเซียนได้ เราต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าด้านภาษา หรือด้านการขนส่ง ”
เดินทางมาที่ซิดนีย์
คณะที่เดินทางมาที่ซิดนีย์ในครั้งนี้ เรามาเพราะต้องการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับ SMEs ไทย ซึ่งที่นี่ก็มีคนไทยอยู่กันเป็นจำนวนมาก เท่าที่ทราบก็จะเป็นกลุ่มอาหาร กลุ่มสปา เกษตรแปรรูป นอกจากนี้ก็ได้มาสำรวจถึงความต้องการ อุปสรรคและปัญหาที่เราจะส่งสินค้ามาที่นี่ พร้อมมารับฟังผู้ประกอบการ SMEs คนไทยที่นี่ว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรบ้าง
ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกัน ประเทศออสเตรเลียนั้นต้องการวัตถุดิบด้านอาหาร สปา นวดแผนไทย ซึ่งเรามีมากแต่ขาดช่องทางในการส่งตรงนี้ก็จะนำไปบอกกับผู้ประกอบการที่เมืองไทย ถึงมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและการบริการที่ต้องทำให้ตรงกับข้อกำหนดของทางออสเตรเลีย และต้องมีความสม่ำเสมอในเรื่องคุณภาพด้วย

SMEs ไทยกับการเปิดเสรีการค้า
ปลายปีนี้จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งถ้า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ไทยยังเตรียมตัวไม่พร้อม เราก็ไม่สามารถที่จะเป็นฮับของอาเซียนได้ เราต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าด้านภาษา หรือด้านการขนส่ง ถึงแม้ว่าในตอนนี้สินค้าไทยนั้นเป็นที่ยอมรับในอาเซียน แต่เมื่อเราเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็จะผลิตสินค้าได้เหมือนเราโดยที่ต้นทุนถูกกว่า แล้วในอนาคตก็จะมีประเทศจีนเข้าร่วมด้วย
ฉะนั้นเราต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างความแตกต่างในตัวสินค้าถ้าจะมาแข่งขันกันเรื่องราคาเราสู้เขาไม่ได้แน่นนอน เพราะฉะนั้น ต้องกระตุ้นให้ SMEs ไทยตระหนักถึงความสำคัญตรงจุดนี้ ส่วนรัฐบาลเองก็ต้องส่งเสริมในด้านงานวิจัยต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการนำไปประยุกต์ใช้

ฝากข้อคิด
เท่าที่ทราบมาว่ามีนักเรียนไทยมาศึกษาต่อที่นี่กันค่อนข้างเยอะ ก็อยากจะฝากให้น้องๆ นำความรู้ วิสัยทัศน์ที่ได้จากประเทศนี้กลับไปต่อยอดทางธุรกิจที่ประเทศไทยเพื่อเป็นนักรบ SMEs สายพันธุ์ใหม่ การเริ่มต้นธุรกิจนั้นต้องศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ และมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน สิ่งสำคัญก็คือปัจจุบันนี้ เด็กรุ่นใหม่อาจจะขาดความอดทน
อันนี้ก็ต้องฝากว่าการทำธุรกิจนั้น ต้องมีความมุ่งมั่น แต่ข้อดีของเด็กไทยที่มาจบต่างประเทศนั้นก็คือ โอกาสทางธุรกิจจะมีมากกว่า เพราะได้เห็นมุมมองทางธุรกิจของประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ
ในฐานะตัวแทนของทางสมาคมก็อยากจะเห็นผู้ประกอบการสายพันธุ์ใหม่ที่กลับไปพัฒนาประเทศ เพราะวันนี้สิ่งแวดล้อมเราเปลี่ยนไป การบริโภคเปลี่ยนไป ปัจจุบันนี้มีการบริโภคผ่านสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นก็จะเป็นโอกาสของเด็กรุ่นใหม่ในการทำธุรกิจในอนาคต

