Home Life StyleBusiness ผมได้ค้นพบกุญแจดอกหนึ่งที่สำคัญในชีวิตตัวเอง

ผมได้ค้นพบกุญแจดอกหนึ่งที่สำคัญในชีวิตตัวเอง

by ChaYen
John capitol

“ผมเรียนจบที่ เทคนิคการช่างไทยที่เชียงใหม่ ครอบครัวทางบ้านมีฐานะปานกลางและทำค้าขาย ที่บ้านมีร้านขายอาหาร ขายก๋วยเตี๋ยว ขายขนมจีน ขายลาบ ก่อนจะไปโรงเรียนตอนเช้าก็ต้องสับหมู ต้มเส้นขนมจีนให้แม่ก่อนถึงจะไปได้ กลับจากโรงเรียนยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อก็ต้องมาช่วยพ่อแม่ทำงาน มาช่วยแม่ทำลาบ ตอนนั้นเป็นเด็กๆ ก็ไม่ค่อยจะชอบเท่าไร แต่มันก็ต้องทำ แม่ก็สอนอยู่ตลอดเวลาว่ามันเป็นอาชีพของเรานะลูก ผมทำอยู่ทุกวัน มันเป็นความเคยชินก็เลยชอบอะไรที่เกี่ยวกับอาหารมาโดยตลอด” ผมได้ค้นพบกุญแจดอกหนึ่งที่สำคัญในชีวิต คือคุณจะทำอะไรทุกอย่างได้สำเร็จหมด ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณถนัด

Food1

         “ผมเข้าสู่วงการอาหาร โดย ตอนอยู่เมืองไทย ทำงานด้าน Hospitality ในโรงแรมที่กรุงเทพฯ ทำมาหมดตั้งแต่เสิร์ฟอาหารจนถึงผู้จัดการ โดยเริ่มทำงานครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตอลในปี 1980 และร้านฝรั่งเศส และได้มารู้จักคุณแม่บุญธรรมที่อยู่ในออสเตรเลียชื่อ คุณแม่จรูญศรี ปลั่งศิริ ได้ชวนมาอยู่ในออสเตรเลีย มาดูลู่ทางเผื่อว่าจะได้ทำอะไรดีๆ ได้บ้าง ผมเริ่มทำงานในออสเตรเลียครั้งแรกที่ร้านอาหาร Summit ทำได้ 3 ปี ย้ายมาอยู่ที่โรงแรม Boulevard ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง คือได้ทำอาหารประกวด และได้รับรางวัลเหรียญทอง

sidebar

“ผมจึงคิดว่าน่าจะมาทำธุรกิจเป็นของตนเองได้แล้ว จึงทุบกระปุกเอาเงินมาเปิดร้านแรกชื่อ Alexandra Thai ใน Hunter Hill ในสมัยนั้นร้านนี้อยู่นอกเมือง เรียกว่าอยู่ในป่าเลย แต่เป็นถิ่นที่ดี เปิดได้สัก3ปี ความคิดผมก็เริ่มเปลี่ยน ผมคิดว่าเราน่าจะมีร้านที่เป็น Entertainment มีอาหาร เครื่องดื่ม มีคาราโอเกะ ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีใครเปิดร้านแบบนี้เลย”

“ผมทำร้านแบบ Entertainment ครบวงจรมีคาราโอเกะ ก็ได้ประสบการณ์ที่แตกต่างไปอีกแบบนึง คือคนชอบมาทานอาหาร พอเมาแล้วก็ชอบมาชกต่อยกันหลังอาหาร หลายๆ ครั้งเข้า ผมได้ส่งคนเหล่านั้นไปสงบสติอารมณ์ในคุก จึงเริ่มเบื่อ ก็เลยกลับมาเปิดร้านแบบธรรมดาดีกว่า จึงได้กลับมาหาทำเลใน Hunter Hill เพราะว่าชื่อเสียงยังพอมีอยู่ในแถบนั้น คราวนี้ร้านใหม่จึงได้ใช้ชื่อของตัวเองเลยคือ Jarun’s Thai Restaurant อยู่ใน Wintage Cellar อีกประมาณ 6 ปีซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง”

Capitol food

“ในตอนนั้นขายดีมาก บ่ายๆ ก็ต้องออกมาซื้อของเข้าร้าน ผมก็จะต้องขับรถมาในเมืองแถบไทยทาวน์ เห็นเค้าเปิดรับสมัครให้คนที่สนใจเข้ามาทำร้าน ผมจึงได้เอา profile เข้ามาให้เขาดู เค้าสนใจผม ผมจึงได้รู้จักกับลูกชายเจ้าของตึกแคปปิตอล ชื่อ Danial Tang เค้ารู้ว่าผมเป็นนายกสมาคมร้านอาหารไทยอยู่ 2 สมัย ก็เลยให้ผมเปิดร้านเลย โชคดีของผมอีกอย่างหนึ่งคือได้มาพบกับหุ้นส่วนธุรกิจเป็นคนจีน 2 สามีภรรยาชื่อ Bernard มีอาชีพเป็นสถาปนิก และ Emily ภรรยาซึ่งเป็นหมอ ได้เข้ามาร่วมหุุ้นกับผมเปิดร้านแคปปิตอลไทย โชคดีชั้นที่ 3 ก็คือข้างๆ ร้านเกิดเป็นโรงละครใหญ่ขึ้นมา ผมเลยได้ทำมาค้าขายกับเขา และก็ได้คุณเป็ด ขนิษฐา (ภรรยาเก่าซึ่งเลิกกันไปแล้วแต่เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน) มาเป็นหุ้นส่วนและช่วยบริหารร้าน ผมจึงสบาย ไร้กังวล ถือว่าเป็นโชคดีครั้งที่ 4 นารีอุปถัมป์ (หัวเราะ)”

seafood

“ผมได้ค้นพบกุญแจดอกหนึ่งที่สำคัญในชีวิตตัวเอง คือคุณจะทำอะไรทุกอย่างได้สำเร็จหมด ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณถนัด” นี่คือคำพูดของคุณจรัญ พรหมปัญญา หรือคุณจอห์น แห่งร้านแคปปิตอลไทย คนทำงานอีกคนหนึ่งที่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่”

“ถ้าถามเรื่องอาหารนั้น ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้ฝรั่งเค้ากินอาหารไทยเป็น รู้จักรสชาด พวกเราชาวร้านอาหารจึงควรที่จะซื่อสัตย์รักษามาตรฐานของเราให้ดีอย่าหลอกลวงเค้า ซึ่งในขณะนี้ที่ร้านที่ผมอยู่ แถบนั้นได้มีร้านอาหารไทย ร้านขายของชำ ร้านวีดิโอไทยมาเปิดกันมากมาย จึงเริ่มก่อตัวเป็น กลุ่มธุรกิจของคนไทยเล็กๆที่เดี๋ยวนี้ได้เริ่มขยายตัวเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วรวมกันเรียกว่า “ไทยทาวน์” ขึ้นมา ผมมีความสุขมาก ผมอยากให้ทุกคนรักกัน รวมกลุ่มกันอย่างสามัคคี มีจรรยาบรรณ มาช่วยกันทำมาหากินในถิ่นใหม่ของเรา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่าทำลายกัน มาร่วมกันทำให้อาหารไทยเรามีคุณภาพที่ดี เป็นที่เลื่องลือในต่างประเทศ”

“อย่างอาหารที่ร้านผมก็มีอาหารเด็ดๆ หลายอย่าง คือข้าวผัดพัฒน์พงษ์ ปลาทอดสมุนไพร แกงป่าที่เครื่องแกงทำเอง ถ้ามาที่ไทยทาวน์ก็แวะเวียนมาชิมกันได้นะครับ จะได้มาคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างเรียนรู้ได้ทุกวัน ชีวิตเราเอาอะไรแน่กันไม่ได้เลย ดูอย่างผมสิ เรียนอย่างอื่นมา แต่ก็ไม่ได้ทำมันเต็มที่ กลับมาทำกิจการในสิ่งที่ตัวเองถนัดและชอบ ก็ถือว่าเป็นโชคดี”

“โชคดีที่ได้เรียนเทคนิคการช่างมาด้วย ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่ตัวเองเคยร่ำเรียนมานั้นก็ยังเอามาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ผมซ่อมอะไรต่างๆในร้านเอง ทาสีผมก็สอนให้ช่างที่มาทาสีที่ร้านดู ถือว่าเป็น บิ๊กพลัสกับธุรกิจของตัวเอง ที่เจ้าของทำทุกอย่างได้แบบครบวงจร ไม่นึกเลยว่าวิชาที่เรียนในห้องมาเป็นรอง สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันคืออาหาร กลายมาเป็นงานหลักในชีวิต ไม่มีอะไรแน่นอนและตายตัวเลยครับ”

ชีวิตของเขาจึงมีหลากสีสรร สนุกสนาน และเข้มข้นอย่างที่ภาษาเหนือบอกว่า “ม่วนอก ม่วนใจ” ในชีวิตของคุณจอห์น พรหมปัญญา แห่งร้านแคปปิตอลไทย

Related Articles

Leave a Comment