ร้าน La Perouse Thai เป็นร้านเอเชียนร้านเดียว ถ้ามาเที่ยวทะเลแล้วได้ทานอาหารทะเลนั้นถือว่า ได้มาเที่ยวทะเลอย่างแท้จริง
Dine In ฉบับนี้ขอนำท่านผู้อ่านไปสัมผัสกับ ร้านอาหารไทยกันที่ La Perouse สถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงของเมืองซิดนีย์ ร้านนี้ใช่ชื่อเดียวกับสถานที่เพื่อให้จำง่าย นั่นก็คือ La Perouse Thai โดยเมนูแนะนำในวันนี้ทางร้านขอแนะนำอาหารทะเลเป็นหลัก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศการมาเที่ยวทะเลในครั้งนี้

ร้าน La Perouse Thai เป็นร้านเอเชียนร้านเดียวที่ตั้งอยู่ในบริเวณแหลม La Perouse แห่งนี้ ที่เหลือจะเป็นร้านฝรั่งขายฟิชแอนด์ชิพ ขายกาแฟ และอาหารฝรั่งทั่วไป ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยหากมาเที่ยวที่นี่แล้วเห็นร้านนี้คนเยอะกว่าร้านอื่น เพราะด้วยหลายเหตุผลที่กำลังจะพูดถึงนี้ คือปัจจัยที่ทำให้ร้านขายค่อนข้างดีมีทั้งลูกค้าขาประจำ และขาจร

คุณตูน ณัฎฐพัชร์ ยุพงษ์ฉายเจ้าของร้าน La Perouse Thai เล่าถึงความเป็นมาของร้านว่า “ร้านนี้เปิดมา ได้หลายปีกว่าแล้วครับ เจ้าของเดิมก็ขายอาหารไทยนี่แหละ แต่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ผมจึงซื้อร้านต่อ แล้วจัดการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศร้านและอาหารให้เหมาะกับ ร้านอาหารริมทะเลมากยิ่งขึ้น
โดยที่ขายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก” ก่อนหน้าที่คุณตูนจะมาเปิดร้านนี้ คุณตูนมีร้านสาขาแรกอยู่ที่ Ramsgate ซึ่งลูกค้าในย่านนั้นจะรู้จักร้าน Thai Time 99 เป็นอย่างดี ซึ่งเหตุผลที่ทั้งสองร้านไม่ใช้ชื่อเดียวกันก็เพราะว่าอยากแยกลูกค้าของทั้ง 2 ร้านออกจากกันเพราะทั้ง Ramsgate และ La Perouse อยู่ไม่ห่างจากกันมากนัก

ในแง่การตลาด ถ้าลูกค้าในย่านนี้ต้องการสั่งอาหารออนไลน์ ชื่อของร้าน La Perouse Thai จะขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ด้วย ส่วนสูตรอาหารที่คุณตูนได้มานั้น คุณตูนบอกว่า “เป็นการประยุกต์รสชาติและการนำเสนอจากประสบการณ์มาก 15 ปี ที่ผมอยู่ในวงการร้านอาหารมา ซึ่งมีต้นตอมาจากร้าน Thairiffic นั่นเอง ผมทำร้าน Thairiffic ตั้งแต่มาใหม่ๆ เริ่มจากล้างจาน หุงข้าวหม้อแรกในชีวิตก็ที่นี่ แล้วได้เลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆ จนได้เป็นผู้จัดการร้าน
ที่นี่สอนผมหลายอย่าง ได้เรียนรู้งานในครัว ตลอดจนการบริหารร้านและการบริหารพนักงานด้วย ก็ต้องขอบคุณพี่หม่องและพี่เปิ้ล เจ้าของร้านที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ รุ่นหลัง”รสชาติอาหารของร้านที่ La Perouse Thai จะแตกต่างจาก Thai Time99 ที่ Ramsgate ตรงที่ลูกค้ามักจะขอให้ทำรสจัด ขอให้ทำเผ็ดๆ มากกว่า อาจเป็นเพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจึงทำให้มีลูกค้าหลากหลายมากกว่าที่ Ramsgate แต่เมนูอาหารและ รสชาติหลักๆ แล้วทั้ง 2 ร้านเหมือนกัน เพราะเป็นสูตรตายตัวของทางร้าน

เคล็ดลับความสำเร็จของคุณตูนในการทำร้านอาหาร สิ่งแรกก็คือการเลือกทำเลร้านที่คุณตูน จะมองหาร้านที่ร้านใกล้แหล่งชุมชน ใกล้ปั๊มน้ำมัน ผู้คนเห็นร้านได้ง่าย “สำหรับที่ตรงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเราก็จะได้ทั้งลูกค้าขาจรและขาประจำเสาร์ อาทิตย์จะเต็ม ส่วนวันธรรมดาก็จะมีลูกค้าโซนโรงงาน และท่าเรือแถวนี้ก็มาทานข้าวกันตอนกลางวัน
ส่วนตอนเย็นก็จะเป็นลูกค้าที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้มาทานที่ร้านบ้าง หรือสั่งแล้วให้ไปส่งที่บ้านบ้าง นอกเหนือจากการเลือกทำเลแล้วเราต้องรักษาคุณภาพของอาหาร รสชาติ การบริการ การส่งโฮมต้องไวเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังร้อนอยู่”

“อย่างที่ร้าน Thai Time 99 พอมีร้านใหม่มาเปิดใกล้ 2-3 อาทิตย์แรกเราก็สะเทือนไปบ้าง แต่พี่คิดว่ารสชาติและการบริการของเราทำให้ลูกค้าก็ยังกลับมาทานร้านเราอีก ร้านเราใช้ของสด อันไหนไม่ดีเราไม่ปล่อยผ่าน ซึ่งพี่จะเป็นคนสั่งของเอง โดยจะเช็คกับเฮดเชฟของแต่ละสาขาอีกรอบถึงจำนวนของที่สั่ง เพื่อไม่ให้ของที่สั่งมาเกินความจำเป็น และเป็นการควบคุมต้นทุนไปในตัวด้วย และทุกๆ อาทิตย์ จะมีอาหารใหม่ๆ มาให้ลูกค้าได้ลองอย่างเช่นตอนนี้ ปลานึงมะนาว ก็จะเป็นเชฟสเปเชี่ยลในช่วงสัปดาห์นี้”
“เราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าและอาชีพของตนเอง ทำของดีมีคุณภาพมาให้ลูกค้าทาน หน้าตาอาหาร รสชาติ บริการต้องเป๊ะ การบริหารพนักงานก็สำคัญเช่นเดียวกันทุกคน ทุกตำแหน่งสำคัญหมด ต้องดูแลเขาให้ดี ทำให้เขามีความสุข สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี งานจะออกมาดี ถ้าวันไหนร้านขายดี พี่ก็มีพิเศษให้”

อย่างที่บอกไปในตอนแรก กับการที่มาร้านอาหารแล้วได้นั่งชมวิวชายทะเลไปพร้อมกับมื้ออาหารทะเลที่มีให้เลือกหลากหลายเมนูนั้นมันวิเศษเกินบรรยายจริงๆ ซึ่งในวันนี้ ขอเริ่มจากเมนูที่ใครมาแล้วต้องลอง ลาบเป็ด กลิ่นหอมเครื่องเทศแบบไทยๆ ทางร้านจะนเป็ดเอาไปรวนกับน้ำมันเพื่อดับกลิ่นสาบ แล้วนำไปปรุงกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วจัดจานมาแบบเป็นคำๆ กับผักแล็กตัส

จานต่อมาเป็นเมนูในฝันของเด็กๆ กุ้งนางฟ้า ทางร้านจะใช้แป้งทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรพิเศษของทางร้าน จนได้แป้งที่มีความกรอบกำลังดีและไม่แข็งจนเกินไป นำไปคลุกกับมะพร้าว แล้วเอาไปทอดจนเหลืองกรอบ ปลากระพงนึ่งมะนาว เนื้อปลาหวานลิ้น ซึมรสมะนาวและเครื่องปรุงจัดจ้านซึ่งทางร้านจงใจปรุงรสให้ออกสามรสแบบไทยไม่มีผิดเพี้ยน ข้อสำคัญก็คือ น้ำยำ จะซึมเข้าไปในเนื้อปลาด้วยวิธีการเอาปลาไปนึ่งจนเกือบสุก แล้วราดน้ำยำ จากนั้นก็เอาไปนึ่งอีกทีจนสุกพอดี
เราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าและอาชีพของตนเอง ทำของดีมีคุณภาพมาให้ลูกค้าทาน หน้าตาอาหาร รสชาติ บริการต้องเป๊ะ การบริหารพนักงานก็สำคัญเช่นเดียวกันทุกคน ทุกตำแหน่งสำคัญหมด ต้องดูแลเขาให้ดี ทำให้เขามีความสุข”

อีกหนึ่งทีเด็ดของทางร้านที่ผสมผสนกันระหว่างรสชาติ หน้าตาและการนำเสนอต้มยำทะเลหม้อไฟ ที่ขอแนะนำให้สั่งมาซดกันให้แซบโดยด่วน ซึ่งมีให้เลือกทั้งน้ำใสและน้ำข้น เมนูนี้ทางร้านใช้กุ้งคิงส์พรอนตัวใหญ่มีมัน หอยแมลงภู่ ปลาหมึกและเนื้อปลาสดๆ เอามาปรุงรสให้จัดจ้านก่อนเสิร์ฟมาในหม้อไฟห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูขายดีที่ใช้การนำเสนอ โดยการจุดไฟรอบๆ จานเวลาเสิร์ฟด้วย

แต่ถ้าอยากสั่งเมนูที่ได้ความเผ็ดร้อนยิ่งขึ้น แนะนำให้สั่งเป็น ผัดฉ่าปลาหมึก ที่ใช้ปลาหมึกออคโตปุสตัวเล็ก ซึ่งจะไม่เหนียว ทานแล้วอร่อยกว่าปลาหมึกชนิดอื่น และเมื่อเอาไปผัดกับเครื่องเทศ รสชาติไทยๆ แล้วยิ่งได้ความอร่อยมากยิ่งขึ้น

ถ้าอยากลองเมนูอื่นนอกเหนือจากซีฟู้ดก็ได้ ร้าน La Perouse Thai เป็นร้านเอเชียนร้านเดียว ทางร้านก็มีให้เลือกเช่นเดียวกันโดยเฉพาะเซ็กชั่นเป็ดและเนื้อแกะนี้น่าสนใจมาก อย่างเช่น แลมคัตเล็ตราดซอสกระเทียม ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงการหมักแลมคัตเล็ตให้ไม่มีกลิ่นด้วยกานพลู และเครื่องเทศอื่นๆ ซึ่งจะต้องหมักทิ้งไว้ 1 วัน นอกจากซอสกระเทียมแล้ว ยังสั่งเป็นซอสมองโกเลียนได้อีกด้วย

พูดถึงขนมหวานกันบ้าง ร้านนี้ทำขนมหวานเองทุกขั้นตอน ทั้งสาคู ข้าวเหนียว สังขยา ซึ่งโดยรวมแล้วรสชาติอาหารของร้านนี้ถือว่ากำลังดี ไม่เผ็ดจนเกิดไปสำหรับต่างชาติ รับรองว่าทุกจานสดและอร่อยได้ใจ แต่ถ้าเป็นคนไทยไปทานก็สามารถสั่ง รสจัดแบบที่ต้องการได้ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11 โมง ถึง 3 ทุ่มครึ่ง ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์มี Lunch Set สุดคุ้ม ราคา 15 เหรียญ ให้ได้ลองกันด้วย

