Home Editor's Picks อาชีพแบบนี้ คนไทยที่สามารถเข้าไปทำงานร่วมกับชาวออสซี่

อาชีพแบบนี้ คนไทยที่สามารถเข้าไปทำงานร่วมกับชาวออสซี่

by ChaYen
0 comment
cover main story 7

“เล่มนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคนไทยที่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย พวกเขาเหล่านี้คือความภาคภูมิใจของคนไทยที่สามารถเข้าไปทำงานร่วมกับชาวออสซี่โดยไม่น้อยหน้าชาติไหนๆ พร้อมทั้งยังให้ข้อคิดดีๆ สำหรับคนไทยที่ต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ลองมาติดตามกันครับ”

ผมทำงานที่ Australia Post มา 15 ปี อยู่ใน MailCentre ตำแหน่ง Mail Officer สมัยก่อนต้องสอบข้านะสอบ IQ Test ก่อน ถ้าผ่านก็เข้าไป Train 2 เดือน ไม่ต้องใช้วุฒิอะไรใช้ความจำอย่างเดียว ต้องจำเขตชื่อเมือง (Suburb) ทั้งหมดทั้งประเทศเลย และก็สอบไปเรื่อยๆ ผ่านหลายด่าน สอบแยกจดหมาย ต้องใช้ความเร็วด้วย เพราะจับเวลาในการแยก ตอนนั้นจำได้ว่าทรมานมากท่องกันจนกินข้าวไม่ลงเลย จะคัดเข้าไปเป็นรุ่นๆ รุ่นผมมี 25 คน ก็ผ่านครึ่งเดียวไม่มีคนไทยเลย ส่วนมากเป็นAussie, Philippine และก็ Vietnam
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
สำหรับงานที่ทำหลักๆ ก็แยกจดหมาย คุมเครื่องบ้าง ทำ Express บ้าง ก็ชอบนะเป็นงานที่จบไปวันๆไม่ต้องเอากลับมาคิดที่บ้าน งานก็ไม่น่าเบื่อ จะเบื่อก็เป็นเรื่องเวลาการทำงานมากกว่า เพราะผมทำกะกลางคืน เข้าดึก และออกตอนเช้า
อะไรทำให้คุณท้อแท้ในการทำงานบ้าง แล้วคุณผ่านมันไปได้ยังไง
ก็คงมีบ้างจากเพื่อร่วมงาน และก็หัวหน้า แต่มีหลักในการคิดว่า “เราเลือกงานที่จะทำได้ แต่เราเลือกเพื่อนร่วมงานกับหัวหน้าไม่ได้” ที่ไหนๆ ก็เหมือนกันหมด เพราะฉนั้นเราต้องเป็นคนปรับตัวให้อยู่ได้ เข้ากับทุกๆ สถานการณ์ให้ได้ เป็นงานที่ใฝ่ฝันรึเปล่า? ที่ฝันไว้คงไม่ใช่งานแบบนี้ แต่มาอยู่ประเทศนี้ได้งานที่เหมาะสมกบั เราและครอบครวั อย่ดู มี ความสุข ก็ OK นะ

ผมเรียนจบช่างไฟฟ้า ปวช.จากจังหวัด ยโสธร ผมมาถึงประเทศออสเตรเลียปี ค.ศ.1992 ผมก็เริ่มไป เรียนภาษาอังกฤษหลังจากนั้นก็ไปสอบเรียน วิชาชีพช่างไฟฟ้าที่ TAFE เรียนอยู่ 2 ปี สอบได้ LICENCE ช่างไฟฟ้าของที่นี่ ผมก็ไปสมัครงานที่ AGENTCY แล้วก็ถูกส่งไปทำงานตามที่ต่างๆ ในขณะเดียวกันก็หางานทำทางหนังสือพิมพ์และผมได้รับการติดต่อกลับมาจากบริษัท TOMY MILLER และผมก็ได้เริ่มทำงานกับบริษัทนี้จนถึงปัจจุบัน
ความคาดหวังสูงสุดของอาชีพนี้คืออะไร
ตอนเริ่มทำงานปีแรกเป็นช่างไฟฟ้าก็เคยคิดว่าอยากจะเป็น FOREMAN หรือเรียกว่า SUPERVISOR ซึ่งปัจจุบันนี้ผมก็ได้ทำในตำแหน่งที่ผมหวังไว้ และก็พอใจในจุดนี้แล้วครับ
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
ผมภูมิใจกับอาชีพนี้มากเพราะว่าผมเลือกเรียนวิชาช่างไฟฟ้ามาจากเมืองไทยและก็ได้ทำในอาชีพนี้ทักษะหรือขั้นตอนในการทำงานอะไรที่ยากที่สุดการวางแผนงานเป็นสิ่งสำคัญมาก งานแต่ละงานต้องดูแบบให้ละเอียดต้องอาศัยประสบการณ์ด้วยสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณขาดไม่ได้ในอาชีพนี้คืออะไรความปลอดภัยและมาตรฐานในการทำงานของช่างไฟฟ้า
อาชีพที่ทำอยู่นี้ให้อะไรกับคุณบ้างนอกจากตัวเงิน
ผมได้รับโอกาสที่ดีและมีความภูมิใจให้กับตัวเองและครอบครัวที่คนไทยคนหนึ่งได้มาทำงานกับคนต่างชาติและผมก็มีส่วนช่วยนักเรียนทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่มาฝึกงานกับบริษัทที่ผมทำอยู่ได้จบหลักสูตรไปประกอบอาชีพสุจริตหลายต่อหลายคนครับ

ได้รับทุนโคลัมโบมาเรียน Intensive Course เพราะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ สอนเด็กระดับ มศ.1-3 โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน จบไม่สูงหรอกคะครูสมัยโน้น จบ ปกศ.สูง ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา
มาเรียนที่ซิดนีย์ปี 1978 เรียนปีหนึ่งแล้วกลับไปสอนต่ออีกปีหนึ่ง มาพบแฟนที่นี่เขาขอแต่งงาน ปี 1980 ก็เลยตัดสินใจมาเริ่มครอบครัวที่นี่ ก็เป็นแม่บ้านอย่างเดียวพอลูกโตหน่อยก็กลับไปทำงานหลังจากหยุดไป 7 ปี ทำงานที่ Printing Company ระหว่างนั้นก็ตัดสินใจไปเรียน Course เผื่อไว้สมัครงานที่เราชอบ
ไปเรียนที่ TAFE คะ สมัยโน้นเขาเรียก Library Technician เป็น Diploma เป็น Part time ทำงานด้วยไปเรียนด้วย Course 3 ปีคะ ปี 1992 ปีสุดท้ายก่อนเราจะจบต้องฝึกงาน 300 ชม. ก็ฝึกงานใน Library พอดี เรียนจบ Council เขาเปิดรับ Casual part time สอบสัมภาษณ์ก็บรรจุเลย โชคดีคะ อยู่มาพอตำแหน่ง Permanent เปิดก็ apply ต่อเลยได้เป็น Full time อยู่ 2 ปี ก็ไม่เอาแล้ว Permanent part time ดีกว่า ทำสบายๆ ดีกว่า แล้วมีเวลาให้ครอบครัวด้วย
Course ที่เรียนเดี๋ยวนี้เรียก Library Information Service รุ่นใหม่เรียนแค่ 2 ปีคะ เป็นระดับกลาง น้องๆ ไปสมัครได้ที่ TAFE ถ้าอยากเรียนต่อมีที่ Charles Sturt University
ที่ Wagga Wagga ต่อปริญญาตรีที่นั่น จบแล้ว มาทำอีกสายๆบริหาร เป็น Librarian Manager อะไรไปคะ น้องๆ จบจากเมืองไทยบรรณารักษ์ศาสตร์มาก็ลองเปิดหาสมัครลองดูแต่ภาษาต้องดีนะคะ เขาจะประกาศตาม Library Council ต่างๆ ต้องติดตามหน่อย งานที่ทำนี่อยู่แผนก Audio Visual เป็นคนรับ material ต่างๆ เอามา Cataloging มาจัดเก็บ

เคยทำงานอยู่ที่อิมมิเกรชั่นค่ะ เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคอมพิวเตอร์ ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบการเงินของอิมมิเกรชั่นทั้งหมด แต่ตอนนี้ early retire ออกมาดูธุรกิจร้านอาหารแล้วค่ะ ส่วนงานที่อิมมิเกรชั่น เข้ามาทำตั้งแต่ปี 1985 โดยการเข้าไปสอบกับ Public Service Commission ที่แคนเบอร์ร่า จากนั้นก็ทำมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนไปทำที่ไหนเลย
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
ตอนที่ทำงานอยู่ พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่มาก เพราะได้ช่วยให้พนักงานของอิมมิเกรชั่นที่เข้ามาฝึกงานกับเราเข้าใจระบบ financial system มากขึ้น รู้จักใช้ระบบให้ถูกต้อง และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยปรกติแล้วเราเป็นคนชอบช่วยคนค่ะ
ทักษะหรือขั้นตอนในการทำงานอะไรที่ยากที่สุด
จริงๆ แล้วไม่น่าจะมีนะเพราะ ระบบการทำงานของเขาถูกเซ็ทมาเป็นอย่างดี พนักงานทุกคนผ่านการฝึกมา โดยเฉพาะตัวพี่เองแล้ว กว่าจะได้มาทำตรงนี้ ก็ผ่านงานแผนกบุคคล ดูแลการเงินและสวัสดิการ ในช่วง 10 ปีแรกที่เข้ามาทำที่นี่ แล้วหลังจากนั้นก็เข้ามาทำระบบการเงิน ซึ่งตรงนี้มันทำให้เรามีประสบการณ์ที่แน่นตรงนี้
สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณขาดไม่ได้ในอาชีพนี้คืออะไร
ภาษาอังกฤษต้องดีเพราะเราต้องใช้โทรศัพท์มากต้อง train คนอธิบายการทำงานให้กับคนอื่นๆ ที่มาtrain งานกับเรา นอกจากนั้นจะต้องมีความมั่นใจและใจเย็น สุภาพ และมีมารยาทในการพูดคุยและใช้โทรศัพท์
อาชีพที่ทำอยู่นี้ให้อะไรกับคุณบ้างนอกจากตัวเงิน
ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบงานที่ทำอยู่เกี่ยวกับกฎหมายของอิมมิเกรชั่นและระบบการเงิน ได้ความสบายใจในงานที่ทำ เพราะเราคิดว่าการทำงานอะไรก็ตามต้องมีความสุขกับงานที่เราทำอยู่ งานถึงจะออกมาได้

ผมได้เข้ามาเริ่มทำงานกับระบบข้าราชการของออสเตรเลียประมาณเดือน ตุลาคม 1990 จนถึงปัจจุบันนี้ ได้ร่วมงานกับ Aboriginal Torres Strait Islander Commission ( ATSIC ), ACT Government-Chief Minister’s Department, Department of Social Security และที่ทำงานปัจจุบันคือ Centrelink ผมได้สมัครงานผ่าน Templine ในสมัยปี 1990 ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว ผมโชคดีที่หางานไม่นานเท่าไร เพราะว่าผมเคยทำงานกับ สำนักงานขัาหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ( United Nations High Commissioner for Refugees ) ที่ประเทศไทยประมาณ 10 ปี และระบบการทำงานก็ไม่แตกต่างจากที่นี่มากนัก ผมถูกปฏิเสธแรกๆ โดยเขาให้เหตุผลว่าผมไม่มี Local experience ผมก็ขอต่อรองกับนายคนแรกของผมว่าให้โอกาสผมมี Local experience บ้างคือให้ผมลองทำงานให้คุณสัก 1 เดือน ถ้าผมทำงานให้คุณไม่ได้ก็เลิกจ้างผม ผมก็ยินดี ผมก็ได้งานจากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้
ทักษะหรือขั้นตอนในการทำงานอะไรที่ยากที่สุด
เวลาที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานใหม่ๆโดยที่ประสบการณ์ในด้านนั้นๆ น้อยมากก็ต้องอดทนพยายามเรียนรู้ ผมเรียนรู้ากการที่เราเจอปัญหาใหม่ๆแล้วพยายามแก้ไขมัน ฝรั่งเขาดคู่มือ ( manual) ผมคนไทย ทั้งคู่มือและครูพักลักจำ บางที อาสองอย่างผสมกนั
ผมใช้ประสการณ์ที่เป็นครูในเมืองไทยสอนเด็กนักเรียนมัธยมและอาชีวะประมาณ 2 ปีมาช่วยในการทำงานสอนคนให้รู้เรื่องในสิ่งที่เรากำลังพูดไม่ง่ายนะครับ
อาชีพที่ทำอยู่นี้ให้อะไรกับคุณบ้างนอกจากตัวเงิน
ความภูมิใจครับ ที่ผมถูกยอมรับได้มาทำงานเป็นข้าราชการของประเทศนี้ เราเป็นคนไทยไม่ว่าผมจะไปทำงานที่ใดในโลกนี้ผมจะทำให้ดีที่สุดเพี่อพิสูจน์ว่าคนไทยก็มีความสามารถไม่แพ้คนชาติอื่นและทำได้ด้วย แต่ส่วนลึกในใจผมๆ อยากเป็นข้าราชการของไทยเพื่อช่วยเหลือคนไทยในประเทศไทยบ้าง และผมก็จะยึดอุดมการณ์ทำงานของผมแบบนี้

ด้วยปีกของรักมังคะ แฟนเขาไปขอก็เลยได้มาอยู่ออสเตรเลีย จบพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นคะ ตอนพระเอกไปขอทำงานที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มาถึงนี่ October 1989 สมัยโน้นง่ายกว่าเดี๋ยวนี้เยอะ สมัครงานไปเขาเรียกไปสัมภาษณ์ผ่านก็ไปฝึกงานโรงพยาบาล ที่ Croydon เมื่อก่อนเรียก Western Suburb Hospital เดี๋ยวนี้ปิดไปแล้วฝึกงาน 12 อาทิตย์ แล้วก็สอบที่โรงพยาบาลนั่นแหละสอบผ่านก็ได้ใบประกาศจาก Nursing and Midwife Registered Board ทีนี้จะไปไหนก็ได้ทุกโรงพยาบาลใน New South Wales ก็เริ่มทำที่ Croydon นั่นแหละเพราะเราคุ้นแล้ว ทำได้ 2-3 เดือนเขาก็ปิดโรงพยาบาล พอรู้ตัวว่าจะปิดก็ย้ายมาทำที่ Liverpool Hospital อยู่ Surgical Ward ตอนแรกก็ทำ Full time พอมีลูกก็ลดวันลง เป็นพยาบาลนี่ดีนะเลือกได้ เราก็ทำแค่ 3 วัน ศุกร์ อาทิตย์ จันทร์ เลือกวันที่เขาไม่ค่อยทำกันก็ได้เงินเท่ากับเขา แต่มีเวลาอยู่กับลูกเยอะหาข้าวหาปลาให้ลูกให้สามีทาน งานก็ไม่เสีย ครอบครัวก็อบอุ่น อยู่มา 12 ปี ก็ย้ายมาอยู่ที่ Fairfield Hospital อยู่ Orthopedics Ward ก็เต็มขั้นแล้วมัง Permanent Part Time Year 8 and after จะโปรโมทให้เป็นอะไรก็ไม่เอา ทำแบบสบายๆ สวยเลือกได้ อ้อแล้วมาเป็นพยาบาลช่วยที่คลีนิคส่วนตัวเพื่อนเรียน High School มาด้วยกันคุณหมอสุภาวดีอีก 2 วันแต่ทำแค่ครึ่งวันเดี๋ยวนี้สอบพยาบาลรู้ว่ายากขึ้นเรื่อยๆ มาปุ๊ปก็ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่านก่อนละ เราคนไทยก็เดี้ยงเลยตรงนี้ สมัยโน้นภาษาอังกฤษก็แบบถูลู่ถูกังมาก็ยังได้ ขอให้ภาคทฤษฎีภาคปฏิบัติเราดี ก็พยายามสอบหน่อยแล้วกันคะ ที่สอบผ่านมาก็เยอะเหมือนกันนะคะที่ยังไม่ผ่านก็ขอเอาใจช่วย
อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ชอบคะ เลือกเรียนเพราะเป็นมนุษย์ที่ชอบเที่ยวตอนสาวๆลงเวรอัดติดๆกัน แล้วก็หยุดไปเที่ยว มันอิสระดีเราเลือกได้ เหนื่อยมั้ยท้อมั้ย ธรรมดาคะ วิธีแก้ง่ายนิดเดียวเห็นหน้าลูกก็หายแล้ว แล้วยังมีอีกอย่างชอบปลูกต้นไม้มาก โดนสามีบ่นตลอดเพราะต้นไม้จะทับตายเต็มบ้านไปหมด ที่มีความสุขที่สุดคือสามีทำเรือนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ให้ เวลาเข้าไปดูแลเขา ดูดอกที่ออกมีความสุขที่สุดเพราะเราเพาะเลี้ยงเขามาตั้งแต่
เป็นเบบี้ Seeding เลย เดินเข้าไปลืมอะไรหมดแต่ไม่ลืมลูกกับสามีแน่นอนคะ

ผมทำงานเป็นเทรนเนอร์กับค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ ที่เมืองไทยมาหลายปีและมีประสบการณ์ทางด้านนี้เมื่อมีโอกาสมาอยู่ที่ออสเตรเลียก็มีความคิดที่อยากจะเปิดค่ายมวยของเราเองที่นี้เพื่อเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก และเพื่อนๆเทรนเนอร์ด้วยกันหลายคนก็เปิดค่ายมวยไทยในต่างชาติทำให้เราก็อยากจะมีของเราเองบ้าง ตอนนี้ค่ายมวยของผมก็เปิดดำเนินการมาได้ 2 ปีกว่าแล้วถามว่าไปยากมั้ยก็ยากนะครับเพราะเราต้องเข้าใจระบบการทำธุรกิจและเอกสารของออสเตรเลียพอสมควร
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
มีความพอใจมากๆ เพราะผมมีความภาคภูมิใจและความสุขที่ได้ทำงานที่ผมรัก
ทักษะหรือขั้นตอนในการทำงานอะไรที่ยากที่สุด
ผมคิดว่าขั้นตอนการจัดเก็บเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษและระบบกฎหมายออสเตรเลียอาชีพที่คุณทำเปลี่ยนอุดมการณ์หรือความคิดที่คุณเคยมีบ้างไหมไม่เคยเปลี่ยนเพราะเป็นอุดมการณ์ที่ผมฝันมาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ที่อยากจะเปิด มีค่ายมวยเป็นของตัวเองและเผยแพร่ให้ต่างชาติได้รู้จักศิลปะมวยไทย
อาชีพที่ทำอยู่นี้ให้อะไรกับคุณบ้างนอกจากตัวเงิน
ความภาคภูมิใจ และได้ช่วยเหลือคนอื่นให้รู้จักป้องกันตัวเองโดยใช้คิลปะมวยไทยรวมทั้งทำให้เขามีสุขภาพดีเพราะได้ออกกำลังกาย
อะไรทำให้คุณท้อแท้ในการทำงานบ้าง แล้วคุณผ่านมันไปได้ยังไง
ผมคิดว่ามีปัญหาเพราะบางครั้งในการทำธุรกิจก็ต้องมีสะดุดบ้าง แต่ว่าผมก็ผ่านพ้นปัญหานี้ได้ด้วยดีเพราะลูกศิษย์ที่มาฝึกมวยไทยกับผม รักค่ายมวยของผม ต้องการช่วยผมให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยการช่วยเหลือในการทำโฆษณาและบอกต่อๆกันไปทำให้สามารถหาลูกค้าเพื่มขึ้นตลอด

มาออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2006 เริ่มทำงาน ตำแหน่ง Assistance in Nursing หลังจากมาได้ 4 เดือน สมัครงานโดยการเดิน work in เรื่องรายได้ ก็จ่ายตาม state award
ความคาดหวังสูงสุดของอาชีพนี้คืออะไร
จริงๆ แล้วไม่ได้คาดหวังอะไรกับอาชีพนี้ ทำด้วยใจจริง เวลาทำงานจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
ก็พอใจกับงานที่ทำนะ เป็นงานที่ชอบ ชอบเล่นกับคนแก่ บางครั้งก็แกล้งเล่นกันบ้าง และที่สำคัญเราสามารถนำประสบการณ์ไปไช้ในอนาคตได้ แต่ลึกแล้วก็อยากเรียนพยาบาลเหมือนกัน แต่คิดว่าไม่จบแน่ๆเพราะภาษาไม่ดี และค่าเทอมแพงมาก
ทักษะหรือขั้นตอนในการทำงานอะไรที่ยากที่สุด
ปัจจุบันทักษะและการทำงานไม่ยากสำหรับนกเพราะทำมานานแล้ว เมื่อก่อนสิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การ communication และสิ่งที่สำคัญที่สุดในอาชีพนี้คือความอดทน และทำด้วยใจ
อาชีพที่ทำอยู่นี้ให้อะไรกับคุณบ้างนอกจากตัวเงิน
อาชีพนี้ให้ประสบการณ์ และทักษะที่ไม่สามารถซื้อได้นะ
อะไรทำให้คุณท้อแท้ในการทำงานบ้าง แล้วคุณผ่านมันไปได้ยังไง
แรงกดดันค่ะ มีทุกที่ ไม่สามารถเลี่ยงได้ ในกรณีที่เลี่ยงได้ ก็จะเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็จะเผชิญ ส่วนตัวแล้วจะหาทางออกโดยการไปกินข้าวนอกบ้านกับเพื่อน ไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนบ้าง โทรศัพท์กลับเมืองไทยคุยกับเพื่อน ดูคอนเสิรต์ ดูหนังไทย อะไรประมาณนี้ค่ะ

ดิฉันเข้ามาทำงานกับหน่วยงานนี้เรียกว่า Defence นะคะรวมแล้วประมาณ 10 ปี บริษัทนี้เป็นบริษัที่ 2 คือว่าประมาณ 5-6 ปี/ครั้ง จะมีการประมูลงานเพื่อมาดูแลด้านสวัสดิการให้กับทางทหาร ทางบริษัทเอกชนจะประมูลงานกับทาง Defence แล้วแต่ว่าบริษัทไหนมีข้อเสนอตรงตามความต้องการก็จะได้ไป ก็คล้ายกับการทำงานกับหน่วยงานราชการในเมืองไทย ดิฉันเข้าทำงานกับบริษัท Serco Sodexho Defence Service ก่อน พอบริษัทหมดสัญญา บริษัทที่ทำอยู่มารับช่วงต่อ ส่วนใหญ่จะรับพนักงานเก่าไว้ด้วยเพราะว่าเป็นงานมาก่อนแล้ว ที่มาทำตอนแรกเพื่อนเป็นคนแนะนำมา เพื่อนทำอยู่ก่อนแล้วเค้าไปทำงานที่ใหม่ก็เลยแนะนำให้มาลองทำดู ตอนแรกเข้ามาทำตำแน่ง Assistant ได้สักประมาณ 3 ปี Manager ลาออกเจ้านายก็มอบหมายงานเพิ่มให้ที่ละอย่าง พอเห็นว่าเรารับผิดชอบได้ก็เลยให้ทำเต็มตัว ดิฉันรับผิดชอบด้านที่พักอาศัยให้กับทหารเรือ ดูแลเรื่องการจองที่พักและอำนวยความสะดวกเรื่องความสะอาดเรียบร้อยในอาคารที่พักอาศัย ดิฉันชอบงานนี้เพราะว่าได้เพื่อนร่วมงานดีและทหารที่ทำงานร่วมกันก็ดีมีการช่วยเหลือกันดี และให้เกียรติเราด้วย อันนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับดิฉัน
อาชีพที่ทำอยู่ในปัจจุบันพอใจกับมันมากแค่ไหน
ดิฉันค่อนข้างพอใจกับงานที่ทำปัญหาก็มีบ้างเป็นธรรมดาไม่ถือว่าเป็นความกดดันอะไรก็ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบไป บางครั้งยังพูดเล่นกับเจ้านายเลยว่าดูเหมือนดิฉันเป็นเจ้าของบริษัทเลยนะถ้าไม่มีปัญหาอะไรจะไม่ได้เจอพวกคุณเลยอะไรทำให้คุณท้อแท้ในการทำงานบ้าง แล้วคุณผ่านมันไปได้ยังไงดิฉันไม่เบื่อเรื่องงานค่ะแต่เบื่อการเดินทางเพราะสถานที่ทำงานอยู่ไกลจากที่พักอาศัยแต่เพื่อแลกกับการทำงานที่สบายใจก็ยอมนะ เพราะงานไม่ได้หาง่ายๆและเป็นงานที่เราทำแล้วมีสิ่งแวดล้อมที่ดีสบายใจเหมือนที่เค้าพูดกันว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก

Related Articles