Home Life StyleBusiness 9 คนเลื่องลือ มีความคิดอย่างไรถึงริเริ่มอาชีพพวกนี้

9 คนเลื่องลือ มีความคิดอย่างไรถึงริเริ่มอาชีพพวกนี้

by ChaYen
Main Story cover 1

ฉบับนี้จะพาท่านผู่อ่านไปรู้จักกับอาชีพ 9 คนเลื่องลือ ที่คนไทยเหล่านี้ ยังจําความรู้สึกแรกที่คุณมาถึงที่นี่ใหม่ๆ ได้ไหม ความรู้สึกที่ว่าเราจะมีชีวิตรอดอยู่ ในประเทศนี้ได้อย่างไร

จะทําอะไรบ้างจะอยู่จะกินอย่างไร แล้วเคยสงสัยกันมั้ยว่า คนที่มาอยู่ที่นี่ก่อนเรา พวกเขาเริ่มทําอาชีพต่างๆ ที่เราเห็นทํากันอยู่ถึงทุกวันนี้กันได้อย่างไร พวกคนเหล่านี้มีความคิดอย่างไรถึงริเริ่มอาชีพพวกนี้แถมยังรักษามาตรฐาน จนถึงทุกวันนี้ได้

Joy Stellar

Stellar Sydney เอเจนซี่นักเรียนสัญชาติไทยแห่งแรก ธนาวรรณ โรจนเวทย์

เริ่มตั้งแต่ปี 1994 จากแนวความคิดแบบเล่นๆที่อยากช่วยเหลือนักเรียนไทยที่มาศึกษาต่อที่ซิดนีย์โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอันใดจนปัจจุบันได้กลับกลายมาเป็นเอเจนซี่นักเรียนอันดับแนวหน้าของคนไทยที่ทุกวันนี้ให้บริการนักเรียนไปแล้วเกือบ 10,000 ราย แนวความคิดที่กลายมาเป็น Stellar ในปัจจุบันเกิดจากการที่คุณจอยมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย UTS หลังจากจบจากคณะนิเทศศาตร์ที่จุฬาฯ ซึ่งสมัยนั้นแทบจะไม่มีนักเรียนไทยเลยจะมีก็แต่นักเรียนทุนที่แคนเบอร์ราซะเป็นส่วนใหญ่

“การมาเรียนที่นี่ต้องหาข้อมูลเองทุกอย่างถูกบ้าง ผิดบ้างซึ่งเสียเวลาไปมากเลย คิดว่าน่าจะมีใครที่มีประสบการณ์คอยเป็นผู้แนะแนวทางคอยช่วยเหลือนักเรียนที่มาใหม่ ให้ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องเรียนมากขึ้น พอเรียนจบแล้วก็เลยคิดว่าอยากหาอะไรทำที่มีส่วนช่วยคนไทยด้วยกัน ที่สามารถยึดเป็นอาชีพได้และได้ใช้สิ่งที่ตัวเองเรียนมาก็เลยเริ่มจากออฟฟิศเล็ก ๆ บนถนน George St. ด้านบนของผับชื่อ Scruffy Murphy’s

ตอนแรก ๆ ทำคนเดียวทุกอย่างทั้งให้ข้อมูลให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางต่างๆหาบ้านพาไปโรงเรียน ทำบัญชีเป็นศิลปินเดี่ยวอยู่ประมาณ 4 ปีมีนักเรียนมาใช้บริการมากจนทำไม่ไหวเลยต้องหาผู้ช่วย และขยายออฟฟิศข้อมูลต่างๆ ที่ต้องใช้ต้องไปหาข้อมูลตามห้องสมุด และไปตามโรงเรียนต่างๆไปเอา Brochure เขามาอ่านเพราะสมัยนั้น อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายและด้วยความที่เป็นเอเจนซี่ไทยคนแรก ที่เข้าไปติดต่อโรงเรียน จึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการเด็กไทยที่มาเรียนในรุ่นแรกๆ จะมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ หรือเรียนภาษาก่อนแล้วค่อยเข้ามหาวิทยาลัย”

ความสำเร็จของ Stellar ทุกวันนี้เกิดจากความสนุกที่ ได้คิดเองทำเองตั้งแต่ต้นสนุกที่มันยังมีอะไรเข้ามาใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลารวมทั้งความภูมิใจ ที่ได้ช่วยเหลือชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้อง และมีความสุขเมื่อเห็นคนที่เราให้บริการเขา ประสบความสำเร็จการทำอาชีพนี้ ต้องมีการปรับแผนกลยุทธ์ให้ทันกับสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาต้องปรับแนวทาง ให้เข้ากับยุคสมัยและ Generation ของเด็กแต่ละรุ่นเพื่อรักษาคุณภาพ และการให้บริการและคงความเป็น Agent ระดับแนวหน้าตลอดไป 

Tanong Printing

Tanong Printing โรงพิมพ์แรกของคนไทย

โรงพิมพ์ทนงได้เปิดบริการรับใช้คนไทยในซิดนีย์เป็นครั้งแรกในปี 1993 คุณกฤษฎ์ (คุณทนง) และคุณเต้ยเพื่อนสนิทได้ร่วมกันก่อตั้งเพราะเล็งเห็นว่าเป็น ธุรกิจที่ยังไม่มีคนไทยทำคนไทยต้องไปพิมพ์งานกับฝรั่งหรือไม่ก็คนจีน ซึ่งไม่มีความเข้าใจในงานออกแบบแบบไทยๆ แต่พอทำได้สักพักคุณเต้ยต้องการกลับไปตั้งรกรากที่เมืองไทย จึงเหลือเพียงคุณกฤษฎ์บริหารงานอยู่คนเดียว ครั้งแรกเลยโรงพิมพ์เปิดอยู่ที่ Kingford แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำให้ปี 2001 โรงพิมพ์ทนงย้ายมาที่ Mascot จนถึงปัจจุบันนั้นเอง

อุปสรรคที่ผ่านมาคุณกฤษฎ์มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ธุรกิจสมัยก่อนลำบากกว่าสมัยนี้เรื่องระบบเรื่องเทคโนโลยียังไม่ทันสมัย ซึ่งทำให้ทางโรงพิมพ์พัฒนาตามให้ทัน ต้องคอยปรับปรุงเครื่องจักรเครื่องพิมพ์ให้ทันสมัยตลอด เพราะฉะนั้นก็จะมีปัญหาเรื่องต้นทุนบ้าง แต่ผลงานที่ออกมานั้นมีคุณภาพดีจนได้รับการยอมรับจากลูกค้าต่างชาติมาโดยตลอดซึ่งถือว่าคุ้มกับเงินต้นทุนที่เสียไป

สร้างความภูมิใจอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือ จากการมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคนไทยที่นี่ เติบโตไปพร้อมกับโรงพิมพ์ทนงแล้วนิตยสาร VR Thai ก็เป็นอีกความภาคภูมิใจของ คุณกฤษฎ์ที่ต้องการเผยแพร่สาระข่าวสาร และความรู้ทั่วไปให้กับชุมชนชาวไทยในซิดนีย์รวมทั้งต้องการ คืนกำไรให้สังคมโรงพิมพ์ทนงและนิตยสาร VR Thai จะเป็นสิ่งที่ต้องอยู่คู่กันไปตลอด

Tanong Printing: 24 Kent Rd. Mascot NSW 2020
Phone : 02 9700 7005/ 02 9700 7004
Email: info@tanongprinting.com.au / www.tanongprinting.com.au

Thai Oz

Newspape Editos ไทยออสหนังสือพิมพ์ประจำบ้านเล่มแรกสุรศักดิ์ ดวงรัตน์

หลังจากที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ซิดนีย์ได้ไม่นาน คุณเบิ้มก็เริ่มมีความคิดที่อยากจะทำหนังสือพิมพ์ เพื่อเป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวสารให้กับคนไทยที่นี่ ซึ่งอยู่กันอย่างกระจัดกระจายในสมัยนั้นรวมทั้งความรู้สึกน้อยใจที่คนไทยด้วยกันยังไม่มีหนังสือเป็นของตนเอง เลยหนังสือพิมพ์ไทยออสจนบับแรกออกวางแผงครั้งแรกเมื่อ 1990 จำนวน 2,000 ฉบับโดยออกวางแผงเป็นรายสัปดาห์ ตามร้านไทย แต่ด้วยปัญหาในการผลิตรวมทั้งคนไทยในสมัยนั้น ยังไม่ให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารของสังคมไทยที่นี่จากสื่อสิ่งพิมพ์ แต่จะให้ความสำคัญกับคำว่า “เขาเล่าว่ามากกว่าจึงทำให้หนังสือพิมพ์ไทยออส ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรจึงทำให้คุณสุรศักดิ์ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆให้กับเหมาะสม เช่นการปรับเปลี่ยนการออกจัดจำหน่ายมาเป็น 2 อาทิตย์ต่อครั้งแทน ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์ไทยออสเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นจน เรียกได้ว่าเป็นหนังสือพิมพ์ประจำบ้านของคนไทยที่นี้ก็ว่าได้ ระบบการพิมพ์และการติดต่อสื่อสารที่ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ ที่สร้างความยากลำบากให้กับคุณสุรศักดิ์เป็นอย่างมาก ซึ่งการะบวนการพิมพ์แต่ละครั้งจะใช้เวลามากกว่าใ นปัจจุบันอยู่มากรวมทั้งขาวที่มาจากเมืองไทยจะใช้การส่งทางโมเดมซึ่ งถ้าสภาพอากาศไม่เป็นใจก็จะไม่สามารถส่งข้อมูลมาได้ แต่ด้วยความที่ทีมงานทุกคนมีความมุ่งมั่นมีอุดมการณ์เหมือนกันจึงทำให้ยุปสรรคเหล่านี้ผ่านพ้นไปได้ ไม่ยากทุกวันนี้มีหนังสือแจกฟรีที่ออกมามากมายซึ่ง คุณสุรศักดิ์เองมองว่ามันเป็นเรื่องที่เขาภาคภูมิใจมากที่หนังสือพิมพ์ไทยออส เป็นแม่แบบให้หนังสือเล่มอื่นๆทำตามซึ่งสิ่งเหล่านี้มันแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในออสเตรเลียได้เป็นอย่างดี

9 คนเลื่องลือ Thai Smaile

Thai Smile Radio สถานีวิทยุประวัติศาสตร์ขอคนไทยฉลาก โพธิ์ภักดิ์


สถานีวิทยุ Thai Smile ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1992 เป็นรายการวิทยุภาคภาษาไทยแห่งแรก ที่ดำเนินงานด้วยคณะกรรมการที่เป็นคนไทยล้วนโดยคุณตริสพนัสบดีที่ทำหน้าเป็น Program Coordinator แต่ด้วยวัตถุประสงค์ของสถานที่ไม่ได้แสวงหากำไร ประกอบกับคนไทยสมัยนั้นยังมีน้อยจึงทำให้การดูและสถานียากลำบากเปลี่ยน ทีมงานบริหารอยู่หลายครั้งจนมาถึงในปี 1999 เกือบต้องคืนเวลาให้กับสถานี เพราะขาดผู้บริหารคุณฉลากบอกว่า “ด้วยความเสียหายที่ไม่อยากสูญเสียสื่อสาธารณะที่เป็นสมบัติของคนไทยไปผม และทีมงานรักษ์ไทยจึงเข้ามาแบกรับภาระนี้ได้เพราะถ้าเราในเวลาให้เขาไปเราจะไม่มีทางได้กลับมาอีก


“ในการดูแลระยะเวลา 10 กว่าปีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการสมาคมนักธุระกิจและคนไทยที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานีที่ไม่ใช่เพียงแค่สื่อวิทยุ แต่อาจเป็นประวัติศาตร์หน้าหนึ่งของชุมชนไทยในซิดนีย์และทุกๆ 2 ปีจะถึงการจัดกิจกกรรมเพื่อหารายได้เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายของสถานี้ด้วย 

Thai Smile Radio ทุกวันนี้ยังคงให้สาระและความบันเทิงกันผู้ฟังทุกเพศทุกวัยผ่านทางคลื่น FM 98.5 แต่ด้วยเวลาออกอากาศเพียง 1 ชั่วโมงการปรุงผังรายการจึงทำได้ยากโดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาทางสถานีพยายามขอเวลาออกอากาศเพิ่ม แต่ด้วยความที่สังคมไทยเป็นสังคมเล็กๆ จึงได้รับคำปฏิเสธจากทางจากทางคลื่นอยู่เสมอ

“เราไม่เคยหวังผลอะไรจากการทำสถานนีวิทยุ ฉะนั้นพอเราไปขอความช่วยเหลือหรือความร่วมมือจากใครมันก็ง่าย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีผลประโยชน์ความช่วยเหลือเหล่านั้นจะหลายเป็นเรื่องยากทันที” นั่นเป็นคติประจำใจในการบริหารสถานีที่คุณฉลากพูดด้วยความภาคภูมิใจที่ยังคงรักษาสมบัติของชาติชิ้นนี้ไว้ได้รวมถึงเรื่องของความสามัคคีในหมู่คนไทยที่เป็นเป้าหมายหลักของสถานี เพื่อต้องการเชื่อมโยงคนไทยด้วยกันให้เป็นปึกแผ่นอย่างทุกวันนี้ 

9 คนเลื่องลือ

อ. หลิน ยิบซี หมอดูรุ่นบุกเบิก ไพเราะ อินทเกษร

เลข 39 อาจเป็นเลขนำโชคสำหรับเธอที่เธอใช้เป็นค่าครูในการดูดวงแต่ละครั้งจนทุกวันนี้เลข 39 ก็ยังเป็นเลขที่เธอได้รับจากลูกค้าเช่นเดิมเพียง แต่เปลี่ยนแค่สกุลเงินเท่านั้น

ในครั้งแรกที่เธอเริ่มดูดวงทำไปเพราะความที่ถูกคนในระแวกบ้านตามตื้ออยู่หลายวันทั้งๆที่ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย จากวันนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนชีวิตเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือจากคนที่มีอาชีพเล่นการพนันเป็นอาชีพหลักจนบ่อยครั้งที่ออกจากบ่อนพร้อมกับพระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตร กลับกลายมาเป็นคนถือศีลเข้าวัดปฏิบัติธรรมและเลิกเล่นการพนันโดยสิ้นเชิง ด้วยความที่อยากได้เงินไปทอดกฐินและคำชักชวนจากเพื่อนคนหนึ่งที่บอกว่าที่ซิดนีย์ไม่มีหมอดูมาที่นี่จะได้เงินกลับไปทำบุญเยอะจึงทำให้เธอตัดสินใจมาที่ซิดนีย์พร้อมกับเงินเพียง 30 เหรียญในสมัยนั้นเมื่อมาถึงทุกอย่างกลับไม่สวยหรูอย่างที่คาดหวังไว้เนื่องจากต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายตอนดูหมอก็ต้องอาศัยหลังร้านอาหารเป็นที่ดูบางคนเรียกเราไปดูที่ร้านร้านเขายุ่งไม่มีที่นั่งก็ต้องยืนรอนานนับชั่วโมงแถมเจอคนปล่อยข่าวว่าเป็นพวกเล่นไสยศาสตร์อย่าเข้าใกล้จนไม่มีใครกล้ามาดูดวง

แต่ด้วยความไม่ย่อท้อบวกกับไหวพริบปฏิภาณที่มีเธอจึงเริ่มมองหาลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติดู แต่ด้วยความที่มีภาษาไทยอยู่ในใจอยู่ภาษาเดียวเธอจึงรับสมัครหาคนที่เป็นล่ามให้เธอและลงโฆษณารับดูดวงในหนังสือพิมพ์จีนและเวียดนามจากนั้นชื่อเสียงของเธอก็เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนจีนเขมรและเวียดนามอย่างรวดเร็วจนมีหนังสือพิมพ์บางฉบับมาขอสัมภาษณ์และในที่สุดเธอก็ได้รับการยอมรับจากคนไทยอีกครั้งจากนั้นเธอก็ได้รับโอกาสให้เขียนบทความพยากรณ์ดวงชะตาให้กับหนังสือพิมพ์ไทยออสตามด้วยไทยทามส์และไทยมีเดีย

ชีวิตของเธอทุกวันนี้เธอบอกว่าความสำเร็จทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมาจากแรงบุญที่เธอทำมาตลอด 25 ปีนับจากที่เธอยึดอาชีพหมอดูสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนการต่ออายุตัวเองฉะนั้นชีวิตที่เริ่มนับถอยหลังจากนี้จะอุทิศให้กับพุทธศาสนาจะไปอยู่วัดดูดวงให้กับคนที่ต้องการทางออกและเงินที่ได้ก็จะเอาไปทำนุบำรุงวัด

หลินยิปซี 0412 164 355

9 คนเลื่องลือ Sarun Mobile

Car Mobile Service คันแรกของคนไทยศรัณย์ กฤษนลีลา


สำหรับคนที่เคยรถเสียกลางทางโดยเฉพาะตอนกลางคืนคงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกันก็คือต้องการใครสักคนที่สามารถช่วยให้รถกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ในทางกลับกันคนที่เป็นช่างซ่อมรถก็ต้องสูญเสียเวลาส่วนตัวนั้นไปเพื่อออกมาบริการลูกค้า แต่สิ่งที่ได้มาก็คือความสุขใจที่เห็นรอยยิ้มของลูกค้าที่มาพร้อมกับคำขอบคุณ ช่างศรัณย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับโทรศัพท์ในยามวิกาลเพื่อขอความช่วยเหลือให้มาซ่อมรถเสมอๆ แต่เขาก็ยินดีทำให้ด้วยความยินดี 

ช่างศรัณย์เริ่มอาชีพช่างซ่อมรถตั้งแต่วัยเด็กด้วยความที่ชอบเรื่องรถเป็นพิเศษหลังจากจบจากโรงเรียนเทเวศร์ศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลายก็ผันตัวเองมาเป็นช่างซ่อมรถอย่างเต็มตัวอยู่ที่เมืองไทยได้ประมาณ 15 ปีญาติที่ซิดนียก็ชวนมาอยู่ด้วยกันเพราะบอกว่าเป็นช่างที่นี่รวยกว่างานก็สบายกว่าจึงตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 1980 งานแรกที่ได้ทำก็คือเคาะพ่นสี แต่ทำได้ไม่นานเพราะไม่ชอบในเนื้องานจึงมาได้งานเป็นช่างซ่อมรถที่ตัวเองถนัด ทำมาได้ 8 ปีก็แยกตัวออกมา คาดหวังว่าจะเปิดอู่เป็นของตนเอง 

แต่เนื่องจากมีปัญหามากมายทั้งเรื่องเอกสารและความยุ่งยากในการบริหาร ซึ่งคำนวณดูแล้วได้ไม่คุ้มเสีย จึงเปลี่ยนเป็น Mobile Service แทน แนวคิดในการทำงานของช่างศรัญย์นั้น จะทํางานยากให้เป็นเรื่องง่ายไม่ใช่ทำงานง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก มีอะไรก็บอกลูกค้าตรงๆจริงใจกับทุกคนที่มาใช้บริการ อะไรที่หาได้ก็จะทำให้อันไหนทำไม่ได้ก็จะแนะนำคนอื่นที่เขามีความสามารถทำให้แทน รวมทั้งรับปากใครไว้ก็จะต้องทำตามที่สัญญาไว้ให้ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่าจึงทำให้ช่างศรัณย์เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปจนมีลูกค้าประจำมากมาย

jaroon

Handyman รุนแรกของคนไทย จรูญ สร้อยประสงค์ 


ด้วยความที่นิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบงานอิสระเป็นเจ้านายตัวเองตั้งแต่ทำงานที่เมืองไทยจึงทำให้คุณจรูญหันเหตัวเองจากช่างทาสีซึ่งเป็นอาชีพแรกตอนมาซิดนีย์ใหม่ๆ เมื่อปี 1994 มาเป็น Handyman คนไทยคนแรกๆ ที่นี่

“งานแรกที่จำได้หลังจากลงเครื่องมาก็คืองานทาสีโรงเรียนตามคำชักชวนของน้องเขยหลังจากที่ทำไปได้สักระยะเริ่มสังเกตุเห็นฝรั่งที่มาเดินน้ำเดินไฟในไซท์งานที่ทำแล้วรู้สึกว่างานพวกนี้เราก็ทำได้เพราะด้วยประสบการณ์ที่เคยมีจากเมืองไทยทำให้เริ่มเกิดความคิดว่าออกมาทำเองน่าจะดีกว่าพอดีเจ้าของร้านทานตะวันย่าน Marrickville เขาอยากจะหาช่างมาตกแต่งร้านใหม่จึงทำให้คุณจรูญเริ่มงานในฐานะ Handyman เต็มตัวจากนั้นงานก็ไหลมาเทมาจนทำไม่ทันเพราะในสมัยนั้นแทบจะไม่มีช่างที่เป็นคนไทยอยู่เลยไม่ว่าจะเป็นงานยากที่ต้องใช้เวลานานร่วม 2 เดือนไปจนงานง่ายที่ทำเพียงคนเดียว 

สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือความซื่อตรงและจริงใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยมกับงานที่ท่าจึงทำให้คุณจรูญเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งคุณจรูญเน้นย้ำว่าการเป็นช่างนั้นมันมีอะไรแปลกใหม่อยู่เรื่อยให้เราต้องศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองทั้งเครื่องมือทั้งความคิดจึงจะทำให้เราประสบความสำเร็จด้วยอายุที่มากขึ้นและความเสี่ยงที่อาจได้รับจากงานประเภทนี้จึงทำให้ทุกวันนี้คุณจรูญรู้สึกอิ่มตัวกับงานที่เขารักและเริ่มรับงานตามศักยภาพที่ตัวเองพอทำได้เริ่มนึกถึงความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะทำให้ชีวิตของเขามีประโยชน์กับคนรอบข้างมากที่สุด: ช่างจรูญ Handyman Mol: 0412 684 029 

Oun

ร้านขนมไทยเคลื่อนที่เจ้าแรก วิริยา ตุลาพงษ์

ด้วยวิชาทำขนมไทยที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่เกิดทำให้คุณอ้วนยึดเอามาเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวจนทำให้มีชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างไม่น้อยหน้าใครด้วยสาเหตุที่เธอยึดอาชีพนี้ก็เพราะอยากหารายได้มาจุนเจือครอบครัวและได้อยู่กับลูกๆ และเลี้ยงลูกไปพร้อมๆกัน 

คุณอ้วนเริ่มอาชีพขายขนมไทยตั้งแต่ปี 1992 โดยทำครองแครงกรอบไปฝากขายที่ร้าน Lucky Food Stors วันแรกที่ทำไปขายไม่ได้เลย แต่เจ้าของร้านเหมาหมดเพราะความอร่อยแถมยังแนะนำว่าลูกค้าคนไทยที่ร้านยังมีไม่มากเลยไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่น่าจะหาวิธีอื่นๆ ได้ยินดังนั้นเลยทำให้เธอเกิดแนวความคิดที่ว่าเราไปหาลูกค้าโดยตรงเหมือนเราไปเสิร์ฟเขาที่โต๊ะซึ่งทำให้เธอเริ่มการตลาดขายตรงออกไปขายตามร้านอาหารไทยเธอเล่าต่อว่าร้านแรกที่คือร้านพรพรหมอยู่แถว Redfern แค่ร้านนี้ร้านเดียวขนมทุกอย่างขายหมดในพริบตาจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอถึงทุกวันนี้

อุปสรรคมากมายในช่วงแรกเริ่มที่พบเจอระหว่างที่เธอนำขนมออกไปขายตามร้านอาหารไทยก็คือความยากลำบากในการเดินทางที่ต้องใช้ทั้งรถเมล์รถไฟหรือแม้กระทั้งเรือบางครั้งไปถึงร้านเขาเหมาหมดก็โชคดีได้กลับบ้านเร็ววันไหนขายไม่ได้ก็ต้องกลับบ้านมือเปล่าขนมที่เหลือก็ต้องทิ้งเสียดายที่เสียดาย แต่ก็ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าสิ่งที่ทำให้คนจดจำ แม่ค้าขายขนมคนนี้นอกเหนือไปจากรสชาติความเป็นกันเองและความจริงใจที่มีให้กับลูกค้าทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะลูกค้าเก่าแก่ที่เคยอุดหนุน เธอจะให้ความนอบน้อมเป็นพิเศษและกลเม็ดเคล็ดลับที่จะไม่ทำขนมซ้ำกับคนอื่นที่นำมาวางขาย เธอบอกว่าไม่ชอบทำขนมเหมือนกันไปตีกับเขา ถ้าของเราดีจริงเดี๋ยวก็มีคนคิดถึงเราเอง

Whan

มือปืนแจกเมนูที่สร้างผลงาน จตุพล ศรีธัญรัตน์ 

9 คนเลื่องลือ 8ol6fmhkp “เราเป็นเหมือนกับมือปืนลูกค้าสั่งกระสุนปืนมาให้เราไปยิงถ้าเรายิ่งตรงเป้าลูกค้าก็ดีเป็นคำกล่าวของคุณแว่นที่บ่งบอกถึงความรักในงานแจกเมนูที่ทำให้เขาหล่อเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี คุณแว่นยึดอาชีพแจกเมนูมาตั้งแต่ปี 1994 หลังจากที่เริ่มงานแรกเป็นคิทเช่นแฮนด์ที่ร้าน Thai ในตอนเย็น และช่วงนั้นเจ้าของร้านกำลังหาคนแจกเมนูร้านอยู่ด้วยความที่ตนเองมีเวลาว่างในตอนกลางวันจึงรับอาสาทำหน้าที่นี้โดยไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร

ในช่วงแรกๆเขาต้องเดินแบกเมนูนับพันใบไปตามบ้านต่างๆจนวันหนึ่งระหว่างทางเขาเห็นบุรุษไปรษณีย์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านจึงเกิดไอเดียขึ้นว่าเราน่าจะหาอะไรมาเป็นเครื่องทุ่นแรงคิดดังนั้นจึงไปหาจักรยานคันหนึ่งมาดัดแปลงโดยไปหาตะกร้ามาติดซึ่งทำให้นอกจากจะใส่เมนูแล้วยังใส่น้ำและอาหารไปกินเวลาหิวด้วย หลังจากนั้นชื่อเสียงของคุณแว่นก็เริ่มเป็นรู้จักในหมู่เจ้าของร้านอาหารไทยมากขึ้นงานจากร้านต่างๆก็เข้ามาจนรับไม่ไหวและขยายวงกว้างไปยังเขตอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้เขาต้องซื้อรถและเอาจักรยานมาไว้ที่ท้ายรถเพื่อความรวดเร็วจากนั้นนี้คุณแว่นยังคงยึดอาชีพนี้ด้วยความความรักในงานที่เต็มเปี่ยมเหมือนในวันแรก ๆ ที่ได้ทำแถมยังได้ผู้ช่วยรุ่นน้องๆอีกหลายคนที่รักงานอิสระมาร่วมอุดมการณ์ด้วยกันซึ่งความสำเร็จที่ได้มาคุณแว่นบอกว่ามาจากคำ 2 คือชื่อสัตย์และโส่ใจรวมทั้งทำตรงทิ้งท้ายที่คุณแว่นอยากฝากให้คนไทยที่มาใช้แรงงานอยู่ที่นี่ว่า คนอื่นอาจมองว่าอาชีพนี้ต่ำต้อย แต่ผมมองว่าผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านของลูกค้าประสบความสำเร็จงานทุกอย่างขอให้ทำด้วยความจริงใจขอให้รักมันแล้วมันจะรักเรา พอมันรักเรามันก็จะเลี้ยงเราแล้วก็เลี้ยงคนในครอบครัวเราด้วย

Related Articles